ข้อคิดที่ได้จาก MasterChef Thailand (Season 1 – EP.8) …เวลาของคุณเริ่มแล้ว!

หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้ว ไม่มีใครต้องถอดผ้ากันเปื้อน เพราะว่านิคป่วย สัปดาห์นี้จึงต้องมีถึงสองคนที่ต้องกลับบ้าน…

Advertisements

*คำเตือน… เนื้อหาในบทความนี้ อาจมีการเผยแพร่เนื้อหาบางส่วนของรายการ

25-7-2560 8-04-30

หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้ว ไม่มีใครต้องถอดผ้ากันเปื้อน เพราะว่านิคป่วย สัปดาห์นี้จึงต้องมีถึงสองคนที่ต้องกลับบ้าน…

การแข่งขันสัปดาห์นี้ เป็นการแข่งขันแบบทีม โดยมีหัวหน้าทีม คือ อ๊อฟ และ จำลอง เรามาดูกันว่า สัปดาห์นี้ เราจะได้ข้อคิดอะไรกันบ้าง


บทเรียนวันนี้

  1. ทีมจะก้าวไปข้างหน้าได้ถ้ามีผู้นำที่แข็งแกร่ง
  2. ปริมาณไม่สำคัญเท่าคุณภาพ
  3. เสียงเล็กๆจากลูกทีม อาจมีความสำคัญ ไม่ควรละเลย
  4. เมื่อผิดพลาด พลาดหวัง อย่าจมอยู่กับมัน มองให้เป็นบทเรียนและผลักดันให้ตัวเองประสบความสำเร็จให้จงได้

 

ทีมจะก้าวไปข้างหน้าได้ถ้ามีผู้นำที่แข็งแกร่ง

25-7-2560 8-05-10

ในสัปดาห์นี้ เราได้เห็นความแตกต่างในการเป็นหัวหน้าทีมของทั้งสองทีม ระหว่าง อ๊อฟ กับ จำลอง อย่างเห็นได้ชัด

การเป็นหัวหน้าทีมแบบ อ๊อฟ คือ รับฟังในทุกข้อเสนอ แต่ไม่ฟันธง เมื่อทีมมีปัญหา อ๊อฟไม่สามารถเป็นเสาหลักให้คนในทีมได้ เวลาคนในทีมมีข้อสงสัย อ๊อฟก็ให้ไปถามน้ำฝน ซึ่งเป็นเจ้าของไอเดียเมนูอาหาร หรือเวลามีปัญหาเรื่องพริกแกง คนที่นำทัพก็กลายเป็นลิซ่า ซึ่งนั่นก็ทำให้ลูกทีมเกิดความสับสนว่าควรจะฟังใครกันแน่ จึงทำให้ทั้งทีมรวนกันไปหมด และสุดท้ายแล้วอาหารก็ไม่พอ รวมถึงการเสิร์ฟอาหารก็ช้าไปหมด

25-7-2560 8-06-19

แต่การเป็นหัวหน้าทีมแบบ จำลอง คือ เป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งให้กับทุกคนในทีม แม้ว่าจำลองจะมีความเป็น boss แต่การเป็น boss ของจำลอง จะต่างจากนิค ใน ep6 ตรงที่คำสั่งของจำลองนั้นชัดเจน มั่นใจ และละเอียด นั่นจึงทำให้คนส่วนใหญ่ในทีมไม่มีข้อกังขากับการเป็นหัวหน้าทีมของจำลอง และพร้อมที่จะทำตาม โดยไม่มีข้อขัดแย้ง แม้ว่าข้าวโอ๊ตจะไม่ค่อยชอบในไอเดียหรือวิธีการบางอย่างของจำลอง แต่ข้าวโอ๊ตก็ไม่ได้ขัดขืน หรือสร้างปัญหาให้ ยังยอมโอนอ่อนผ่อนตามคำสั่งของหัวหน้าทีม การนำทีมของจำลองจึงไม่มีปัญหา และออกมาสมบูรณ์พร้อมในด้านของการทำงานเป็นทีม อาหารเสิร์ฟไว และเพียงพอต่อทุกคน

 

ปริมาณอาจไม่สำคัญเท่าคุณภาพ

25-7-2560 8-08-40

โจทย์ในการแข่งขันสัปดาห์นี้ คือ ทั้งสองทีมจะต้องทำอาหารคาวและหวานในแบบไทยโบราณ รสชาติดั้งเดิมให้นักสะสมรถโบราณจำนวน 129 คน โดยมีเวลาเพียง 1 ชั่วโมงในการเตรียมอาหาร และอีก 1 ชั่วโมงเท่านั้นในการเสิร์ฟ

โดยทีมสีน้ำเงินได้เลือกทำ แกงระแวง ข้าวผัดลิ้นจี่ และทับทิมกรอบ

25-7-2560 13-31-18

ส่วนทีมสีแดงเลือกทำพระรามลงสรง และปลากริม

25-7-2560 13-32-12

ซึ่งจากที่ได้กล่าวมาข้างต้น ทีมสีน้ำเงินของอ๊อฟนั้นทำอาหารไม่พอ และเสิร์ฟได้ไม่ครบ โดยเสิร์ฟได้เพียง 95 จานเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นข้อเสียเปรียบอย่างมาก เพราะมีคนถึง 34 คนที่ไม่ได้ชิมอาหารของทีมสีน้ำเงินเลย

แต่สุดท้ายผลจากการโหวต ปรากฏว่านักสะสมโบราณจำนวนมากกว่าครึ่ง ต่างชื่นชอบในรสชาติอาหารของทีมสีน้ำเงินมากกว่า จึงทำให้ผลพลิกล็อค กลายเป็นทีมสีแดงของจำลองต้องไปแข่งขันในรอบกดดัน และต้องมี 2 คนจากในทีมที่ต้องกลับบ้านไป

จากเหตุการณ์นี้ เราจึงได้เห็นว่า แม้ว่าทีมของจำลองจะเสิร์ฟได้ถึง 129 จาน แต่เมื่อรสชาติไม่ถูกปากของกรรมการ ปริมาณที่ทำไปนั้นก็ไม่สามารถทำให้ทีมชนะได้เช่นกัน

 

เสียงเล็กๆจากลูกทีม อาจมีความสำคัญ ไม่ควรละเลย

25-7-2560 13-42-57

ในเรื่องรสชาติอาหารของทีมสีแดงที่ทำให้แพ้ไปนั้น ตอนที่ชิม แก้วก็ได้บอกจำลองแล้วว่า รสชาติของพระรามลงสรงนั้น เผ็ดและเค็มเกินไป แต่จำลองก็ได้ลองให้น้องมิ้งชิมด้วยเหมือนกัน ซึ่งน้องมิ้งบอกว่าอร่อยแล้ว ซึ่งตรงกับรสชาติที่จำลองเคยกิน จำลองจึงตัดสินใจเชื่อน้องมิ้งและเชื่อตัวเอง ในจุดนี้ หากจำลองฟังเสียงแก้วสักนิด และลองให้ทุกคนในทีมได้ลองชิม และหารือเหตุผลดู บางทีอาจจะมีใครสักคนที่จะสะกิดใจจำลองว่า คนที่มาชิมเป็นคนที่มีฐานะ อาจจะคุ้นชินกับอาหารที่รสอ่อนกว่านี้และไม่ถนัดในการกินอาหารรสเผ็ดจัด จำลองก็อาจจะลองปรับรสชาติให้อ่อนลงกว่านี้ก็เป็นได้ แต่เมื่อจำลองเลือกเชื่อในเสียงข้างมาก (โดยไม่ฟังเสียง 1 เสียงที่คิดต่าง) ผลจึงทำให้ทีมสีแดงแพ้ไป

เมื่อผลการแข่งขันแบบทีมออกมาว่า ทีมสีแดงเป็นฝ่ายแพ้ คนในทีมทั้ง 7 คน อันได้แก่ จำลอง นิค ข้าวโอ๊ต โอ๊ค แก้ว มาร์ค และน้องมิ้ง ต้องมาแข่งในรอบกดดันเพื่อคัดคนออก 2 คน

 

เมื่อผิดพลาด พลาดหวัง อย่าจมอยู่กับมัน มองให้เป็นบทเรียนและผลักดันให้ตัวเองประสบความสำเร็จให้จงได้

25-7-2560 14-49-41

25-7-2560 8-19-38

ระหว่างที่นั่งรอเพื่อเข้าไปแข่งรอบกดดัน ทีมสีแดงก็ได้นั่งคุยกันเรื่องที่ทีมตัวเองได้รับการพ่ายแพ้ โดยในตอนที่คุยกันนั้นเอง น้องมาร์คก็ได้บอกว่า เขาชอบเข้าไปแข่งรอบกดดัน และครั้งหน้าเขาก็ภาวนาขอให้ตัวเองได้แข่งรอบกดดันอีก ส่วนโอ๊ตก็ได้บอกว่า เราต้องแพ้ให้ชิน และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการพ่ายแพ้นี้ไว้ เพื่อที่ครั้งหน้าเราจะได้ไม่แพ้…

ซึ่งจากคำพูดของทั้งสองคนนี้ เรามองเห็นถึงพลังของความคิดบวก ทั้งสองคนมองว่า การแพ้นั้นคือโอกาสของการพัฒนาตัวเอง การที่ต้องแข่งในรอบกดดัน เป็นการฝึกและขัดเกลาความสามารถของตัวเองให้เก่งกล้าขึ้นในเวลาอันสั้น และผลจากการขัดเกลานั้นก็จะทำให้พวกเขาเก่งขึ้น และได้รับชัยชนะต่อไปในครั้งหน้า

ความคิดนี้สำหรับบางคนอาจจะมองว่า มันเป็นความคิดแบบองุ่นเปรี้ยว คือพอไม่ชนะแล้วก็ต้องพยายามหาข้อดีของการพ่ายแพ้มากลบเกลื่อน แต่จริงๆแล้ว การที่คนคนนึงสามารถคิดหาข้อดีจากความผิดหวังได้นั้น ถือว่าเก่งมากทีเดียว เพราะมันจะช่วยจุดพลังให้คนคนนั้นฮึดสู้ขึ้นมาใหม่ได้ ในทางกลับกัน หากคุณแพ้แล้วมัวแต่โทษตัวเอง โทษคนอื่น ซึมเศร้าที่ตัวเองที่ต้องแพ้ จมอยู่กับกองทุกข์นั้น คุณก็จะไม่สามารถผลักดันตัวเองขึ้นมาได้ แล้วก็จะเป็นผู้พ่ายแพ้ตลอดไป

ในรอบกดดันนั้น โจทย์ที่ผู้เข้าแข่งขันต้องทำคือ ผัดไทยแบบไทยแท้และดั้งเดิม

 

25-7-2560 8-09-44

จะเห็นได้ว่า ทางรายการจะเน้นย้ำให้ผู้เข้าแข่งขันแสดงความสามารถในการทำอาหารไทยเป็นอย่างมาก เพราะด้วยชื่อรายการคือ MasterChef Thailand คนที่จะเป็น Chef ที่เก่งที่สุดในประเทศไทย ก็ควรจะทำอาหารไทยเก่งตามชื่อรายการ (MasterChef Thailand ถ้าทำอาหารไทยไม่เก่ง เจอฝรั่งทำอาหารไทยเก่งกว่า มันจะเงิบไปนะเออ..)

ในรอบนี้ ผู้เข้าแข่งขันถึงกับกุมขมับ เพราะผัดไทยแท้แต่ดั้งเดิมในปัจจุบันนั้นหาทานได้ยากมาก ดังนั้นการที่จะมีคนทำในแบบดั้งเดิมได้นั้น ก็ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่

 

ep8

สัปดาห์นี้ คนที่ต้องคืนผ้ากันเปื้อนและกลับบ้านไป คือ โอ๊ค และข้าวโอ๊ต เนื่องจากเส้นไม่สุก และไม่มีรสชาติ

ep81

สัปดาห์หน้าใครจะทำผิดพลาดมากที่สุด และต้องโดนคัดออก…

และจะมี moment ฮาๆ แบบนี้ให้เราดูอีกหรือไม่

25-7-2560 8-14-08

แล้วเราจะมาพบกันใหม่ที่นี่…

MasterChef Thailand …เวลาของคุณเริ่มแล้ว!

(Credit: ภาพจากรายการ MasterChef Thailand)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s