ข้อคิดที่ได้จาก MasterChef Thailand (Season 1 – EP.9) …เวลาของคุณเริ่มแล้ว!

*คำเตือน… เนื้อหาในบทความนี้ อาจมีการเผยแพร่เนื้อหาบางส่วนของรายการ

31-7-2560 10-59-43

สัปดาห์นี้ กลับมาสู่การแข่งขันในรอบกล่องปริศนาอีกครั้ง ลองมาดูกันว่า วัตถุดิบหลักที่อยู่ในกล่องนั้นคืออะไร และเราจะได้ข้อคิดดีๆอะไรบ้างจากการแข่งขันในสัปดาห์นี้ มาดูกัน!


บทเรียนวันนี้

  1. ในโลกของการทำงาน อายุน้อยไม่ใช่ข้ออ้าง คุณต้องจริงจังและตั้งใจ
  2. อย่าทะนงตน อย่าคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น พูดน้อยๆแต่ต่อยให้หนัก อย่างนี้สิถึงจะเป็นคนจริง
  3. โลกของการแข่งขันไม่ใช่ที่ฝึกซ้อมมือ แต่เป็นที่ที่คุณต้องจริงจังและใช้ความสามารถที่คุณมีทั้งหมดเข้าแข่งขัน เพราะข้อผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียวก็อาจจะทำให้คุณต้องกลับบ้านได้
  4. ชีวิตจริงดราม่ายิ่งกว่าในรายการ

 

ในโลกของการทำงาน อายุน้อยไม่ใช่ข้ออ้าง คุณต้องจริงจังและตั้งใจ

31-7-2560 11-01-01

สัปดาห์นี้ วัตถุดิบหลักในกล่องปริศนา คือ “หัวหมู” … แหม่ มาซะหัวใหญ่เลย ผู้เข้าแข่งขันเปิดกล่องมาถึงกับตกใจ โชคยังดีหน่อย ที่รายการยังแล่ออกมาให้ ไม่ได้ให้แล่กันเอง

แต่ในระหว่างที่ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนกำลังขะมักเขม้นทำอาหารกันอยู่นั้น กรรมการก็เห็นว่า น้องมิ้ง ไม่ค่อยตั้งใจทำอาหารของตัวเอง มัวแต่ไปคุยเล่นกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ อาหารของตัวเองก็ยังทำไม่เสร็จ เมนูก็ยังไม่ได้คิดชื่อ จึงทำให้น้องมิ้งนั้นถูกเพ่งเล็งหนักเข้าไปใหญ่

31-7-2560 11-19-20

ในการทำงานในชีวิตจริง คนที่ทำงานคุณ หรือเจ้านายคุณ คงไม่มองหรอกว่า คุณยังเด็ก หรือคุณเด็กสุดในที่ทำงาน จะทำไปเล่นไปก็ได้ ในชีวิตทำงานนั้น เมื่อคุณก้าวเข้ามาแล้ว ก็เท่ากับว่าคุณพร้อมที่จะทำงานเหมือนกับผู้ใหญ่ทุกคนในบริษัท ที่ทำงานไม่ใช่สนามเด็กเล่นสำหรับใครๆ เมื่อคุณได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในพนักงานของบริษัทแล้ว คุณก็ควรต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า แม้ว่าคุณจะอายุน้อยที่สุด แต่คุณก็มีวุฒิภาวะ มีความรับผิดชอบ และน่านับถือไม่ต่างอะไรจากผู้ใหญ่คนอื่นๆ

การใช้ความเป็นคนอายุน้อยที่สุดมาเป็นข้ออ้างในการที่จะไม่ตั้งใจทำงาน หรือเอามาเป็นข้ออ้างเมื่อมีข้อผิดพลาดนั้น ยิ่งทำให้คนอื่นๆมองได้ว่า คุณยังไม่พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การทำงานแบบผู้ใหญ่ และมันก็จะเป็นการยากที่จะได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานใดๆ  ซึ่งนั้นก็จะทำคุณเสียโอกาสในการก้าวหน้าในอาชีพการงานได้

กลับกัน หากคุณเด็กที่สุดในที่ทำงาน แต่คุณแสดงให้คนอื่นเห็นว่าคุณมีความตั้งใจ มีความรับผิดชอบ และเชื่อถือได้ คุณก็จะยิ่งโดดเด่นกว่าคนอื่น และนั่นจะทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกดีกับคุณ และกล้าที่จะมอบหมายงานใหญ่ๆให้คุณทำ และมันก็จะไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย ที่คุณจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

 

อย่าทะนงตน อย่าคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น พูดน้อยๆแต่ต่อยให้หนัก อย่างนี้สิถึงจะเป็นคนจริง

20476530_1964467520508031_6586837076132223864_n

ในส่วนของนิคนั้น นิคเลือกที่จะทำเมนูเท็กซัสบาบีคิว ที่เขาคุยนักคุยหนาว่าตัวเองทำมาเป็นร้อยๆครั้งแล้ว และมั่นใจว่าตัวเองมีฝีมือในการทำอาหารที่เหนือระดับกว่าลิซ่า ผิดกับลิซ่าที่ดูจะเสียเปรียบมากที่สุดในรอบนี้ เพราะลิซ่าไม่กินหมู ทำให้ลิซ่าไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำเมนูที่มีหมูมาก่อน และยังไม่สามารถจะชิมอาหารที่ตัวเองทำได้อีกด้วย และนั่นก็ทำให้นิคมั่นใจมากถึงกับประกาศออกมาเลยว่า ถ้าเขาแพ้ลิซ่าในรอบนี้ เขาพร้อมที่จะถอดผ้ากันเปื้อนออกและกลับบ้านไปทันที

ซึ่งสุดท้ายแล้ว ผลก็ออกมาว่านิคต้องพ่ายแพ้ให้กับลิซ่าจริงๆ แม้ว่าลิซ่าจะไม่เคยทำอาหารที่เป็นเมนูจากหมู แต่ลิซ่าก็สามารถใช้ความเก๋าในการทำอาหารมาปรุงรสอาหารในเมนูที่ลิซ่าทำได้ดี แต่ถึงอย่างนั้นนิคก็ไม่สามารถถอดผ้ากันเปื้อนและกลับบ้านไปอย่างที่เขาลั่นวาจาไว้ได้ เพราะกฎของรายการคือ คุณต้องทำอาหารออกมาได้แย่ที่สุดจริงๆ ถึงจะคืนผ้ากันเปื้อนและกลับบ้านไปได้

ในโลกนี้ มีคนมากมายนักที่คุณไม่อาจจะปรามาศเขาได้ว่าเขาจะสู้คุณไม่ได้ คนบางคนอาจจะดูนิ่งๆ เฉยๆ แต่เขาอาจจะเก็บซ่อนเขี้ยวเล็บของเขาเอาไว้ คอยดูเวลาที่เหมาะ แล้วถึงจะเอาเขี้ยวเล็บนั้นออกมาสู้ชนะคุณก็เป็นได้ การคุยโวโอ้อวดว่าตัวเองเก่งกว่าชาวบ้าน ในโลกของการทำงานนั้น ถ้าคุณไม่เก่งจริง เมื่อผิดพลาดขึ้นมา นอกจากคุณจะเสียหน้าแล้ว คนอื่นๆก็พร้อมจะเหยียบย่ำซ้ำเติมคุณอีกด้วย เพราะฉะนั้น จงเก็บปากเก็บคำของคุณเอาไว้แล้วแสดงออกมาในทางปฏิบัติให้คนอื่นๆได้เห็นถึงความสามารถที่แท้จริงของคุณด้วยตาของพวกเขาเองจึงจะดีที่สุด

 

ในรอบนี้ สามคนที่ทำเมนูออกมาได้ดีที่สุดคือ

ep9

พลอย กับเมนูแก้มหมูม้วนกับสับปะรด

แก้ว กับเมนูฤดูใบไม้ร่วงของหมูน้อย และ

ลิซ่า กับเมนูทาโกไทยกับยำผลไม้สามรส

 

และเมนูที่ดีที่สุดในวันนี้ก็คือ เมนูทาโกไทยกับยำผลไม้สามรส ของลิซ่านั่นเอง!

 

และผลจากการที่ได้เป็นเมนูที่ดีที่สุดในรอบนี้ ลิซ่าจึงได้เข้าไปเลือกวัตถุดิบในซุเปอร์มาร์เก็ต โดยโจทย์ในรอบนี้คือ”ของหวาน” และวัตถุดิบที่มีให้เลือกนั้นก็มีดังต่อไปนี้

ep9.1

เบอร์รี่, รวงผึ้ง และพริก!!!

และความแซ่บของรอบนี้คือ ลิซ่า ซึ่งเป็นผู้ชนะ จะได้เลือกวัตถุดิบหนึ่งในสามอย่างนี้ ให้กับเพื่อนๆ และสามารถเลือกวัตถุดิบอีกหนึ่งอย่างให้กับคน 1 คนที่ตัวเองอยากแกล้งได้ และที่โชคที่ดีที่สุดคือ ตัวของลิซ่าเองนั้น สามารถผ่านเข้ารอบไปได้เลยโดยไม่ต้องทำอาหารอีกด้วย… โอ้ววว พระเจ้าจอร์ชมันยอดมากจริงๆ

ซึ่งวัตถุดิบที่ลิซ่าเลือกให้เพื่อนๆคือ เบอร์รี่ ส่วนวัตถุดิบ 1 อย่างที่ลิซ่าเลือกให้กับคน 1 คนนั้นก็คือ พริก และคนที่ลิซ่าเลือกพริกมาให้เป็นพิเศษก็ไม่ใช่ใครอื่น… นิคนั่นเอง!!

31-7-2560 12-04-44

พริกนั้น สร้างความยุ่งยากลำบากใจให้กับนิคอยู่ไม่น้อยทีเดียว แต่ที่ไม่คาดคิดคือ คนอื่นๆที่ได้เบอร์รี่ไป มีหลายคนทีเดียวที่กลับตกม้าตายกับวัตถุดิบที่ดูเหมือนจะง่ายและเข้ากันได้ดีกับของหวานชนิดนี้

 

โลกของการแข่งขันไม่ใช่ที่ฝึกซ้อมมือ แต่เป็นที่ที่คุณต้องจริงจังและใช้ความสามารถที่คุณมีทั้งหมดเข้าแข่งขัน เพราะข้อผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียวก็อาจจะทำให้คุณต้องกลับบ้านได้

31-7-2560 13-18-32

ในรอบนี้มีหลายคนที่ลองทำขนมหวานที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อน ทั้งมาร์ค มิงค์ และหญิงอ๊อด ซึ่งแต่ละคนก็คิดว่าการทดลองทำอะไรใหม่ๆที่ตัวเองไม่เคยทำ ผลอาจจะออกมาดีก็ได้ แต่สุดท้าย ผลกลับออกมาเป็นตรงกันข้าม เนื่องจากแต่ละคนไม่มีประสบการณ์ในการทำขนมแต่ละอย่างนั้นเลย แถมยังไม่รู้สูตรที่ถูกต้องของขนมที่ตัวเองทำอีกต่างหาก

เนื่องจากในรอบนี้ เป็นรอบการแข่งขันที่จะต้องมีคนถูกคัดออก ดังนั้น การที่จะมาทดลอง ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำนั้น นับว่าเสี่ยงเป็นอย่างมาก มันอาจจะไม่เป็นไร หากคุณไปทดลองในรอบกล่องปริศนา เพราะในรอบนั้นไม่มีการคัดคนออก แต่ทั้งสามคนกลับมาทดลองทำในรอบนี้ ถือเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ หากใครทำผิดพลาดมากกว่าคนอื่นไปเพียงแม้แต่นิดเดียว นั่นเท่ากับว่าคุณเองก็จะต้องคืนผ้ากันเปื้อน และกลับบ้าน หมดโอกาสในการแข่งขันในรอบต่อๆไป

ในโลกของการทำงานก็เช่นกัน การแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบันนับว่ามีการแข่งขันกันสูงมากทีเดียว คุณอาจจะเคยเห็นหลายๆองค์กรที่มีการทดลองพัฒนาสินค้าแปลกๆใหม่ๆขึ้นมา แต่นั่นก็เกิดจากการที่เค้ามีการศึกษา ทดลอง วิจัย และพัฒนากันมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว เขาถึงจะผลิตสินค้านั้นๆออกมาสู่ตลาด นั่นเพราะอะไร เพราะองค์กรเหล่านั้นเขารู้ว่าหากเขาเผลอปล่อยสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเป็นสินค้าที่มีข้อผิดพลาดแม้แต่เพียงเล็กน้อย ออกมาสู่ตลาด นั่นก็เท่ากับว่าเขาอาจจะต้องปิดประตูเก็บข้าวของปิดบริษัทกันได้เลยทีเดียว

การที่จะลงเข้าแข่งขันและเอาชนะคนอื่นๆได้ คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อม งัดเอาความสามารถทั้งหมดที่มีอยู่ออกมาสู้ เลือกทำในสิ่งที่คุณถนัดและเชี่ยวชาญ ปิดจุดด้อย เสริมจุดเด่นของคุณให้ได้ และถ้าคุณทำได้ ชัยชนะของการแข่งขันก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

 

ชีวิตจริงดราม่ายิ่งกว่าในรายการ

31-7-2560 13-21-36

หนึ่งในบรรดาดราม่าของรายการนี้ คือการที่หลายๆคนบ่นว่า ทำไมกรรมการต้องดุ ต้องเสียงดังกับผู้เข้าแข่งขันอะไรเบอร์นั้น โดยเฉพาะเชฟป้อม จะโดนเยอะสุด เพราะถึงบทต้องเล่นโหดทีไร กล้องต้องจับมาที่หม่อมป้าทุกที

ซึ่งจากการที่เราตามดูมาทุก ep เราเห็นถึงความเป็นห่วงของหม่อมป้า ภายใต้เสียงดุๆ หน้าดุๆ ของหม่อมป้า หม่อมป้าจะคอยสอน คอยแนะนำเสมอ เวลาที่มีคนทำอะไรไม่ค่อยเข้าท่า หม่อมป้าจะเดินเข้าไปถามละว่าทำอะไรอยู่ จะได้เรื่องไหม แล้วก็จะบอกว่าต้องทำอะไร ต้องแก้ยังไง ถ้าหากใครฟัง ก็จะแก้ไขปรับปรุงเมนูของตัวเองได้ทัน แต่ถ้าใครไม่ฟัง ดื้อดึงจะทำต่อ ผลก็ออกมาแย่ตามที่หม่อมป้าเตือนทุกที

ในความรู้สึกเรา หม่อมป้าจะเหมือนครูดุๆ ที่ปากร้ายแต่ใจดี เวลาที่เราเรียนอยู่ เราจะรู้สึกว่า โอ๊ยยย เกลียดครูคนนี้จัง อยากจะหนีไปให้พ้นๆ แต่พอเราเรียนจบมาแล้ว กลับกลายเป็นว่า ครูที่ใจดีๆน่ะ เราจำชื่อไม่ได้เลยสักคน แต่กับครูดุๆคนนี้ หืมมม จำแม่นเลย แล้วไอ้ที่เขาบ่นๆดุๆเราเนี่ย มันมีประโยชน์ต่อชีวิตเราจริงๆซะด้วย

จากที่เคยอ่านคอมเมนต์ของหลายๆคน เขาว่ากันว่า การทำงานในครัวเนี่ย มันจะเจอยิ่งกว่านี้ซะอีก ไอ้ที่ดุๆเสียงดังๆกันนี่ ยังร้ายไม่ได้ถึงครึ่งของชีวิตจริง อย่างที่เราเคยเห็นในมาสเตอร์เชฟอเมริกา ที่เชฟกอร์ดอนเป็นพิธีกร โอ๊ยย อันนั้นทั้งคายทิ้ง เขวี้ยงจาน ด่ากันเสียๆหายๆ เรียกว่า รายการนี้ นอกจากจะได้ความรู้เรื่องการทำอาหารแล้ว ผู้เข้าแข่งขันยังได้ฝึกความอดทน และเรียนรู้สถานการณ์จริงๆ ความกดดันจริงๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

ส่วนผู้ชมอย่างเรา นอกจากจะดูเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้วก็หาสาระข้อคิดที่ได้จากรายการไปด้วย เรื่องดราม่าก็เป็นแค่สีสันของรายการ อย่าไปคิดอะไรมาก ดูจบแล้วก็คลิกเข้ามาหาสาระกันในบล็อกนี้ จะได้ไม่ต้องเครียดเนอะ

 

สุดท้ายแล้ว สองจานที่ดีที่สุดในรอบนี้ก็คือ เมนูความสุขหลังบ้าน กล้วยคาราเมลกรอบ ของเป่า และเมนูการเดินทางของเบอร์รี่ ของแก้ว และนั่นทำให้ครั้งหน้า เป่าและแก้วจะได้เป็นหัวหน้าทีมในการแข่งขันแบบทีม ชาเลนจ์นั่นเอง

 

ep9.2

 

ส่วนผู้ที่ต้องคืนผ้ากันเปื้อน และต้องกลับบ้านไปในสัปดาห์นี้คือ น้องมิงค์ สาวน้อยผู้ที่ร้องไห้มาตลอดตั้งแต่ ep 1 จนถึง ep นี้

31-7-2560 13-34-23

น่าเสียดายมาก ที่รอบนี้ น้องมิงค์เลือกที่จะทำขนมเค้กที่ตัวเองไม่เคยทำ แทนที่จะเลือกทำขนมไทยที่ตัวเองถนัด เพียงเพราะว่าอยากลองใช้เตาอบสักครั้งเพราะที่บ้านไม่มี ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า น้องมิงค์ยังมีความคิดที่เป็นเด็กๆอยู่ และยังไม่พร้อมที่จะเข้ามาแข่งขันในโลกการทำงานของผู้ใหญ่ ทั้งนี้ ทางกรรมการเองก็ชมว่าน้องเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ และหวังว่าน้องมิงค์จะกลับไปฝึกปรือฝีมือเพื่อมาแข่งใหม่ในปีหน้า

 

สัปดาห์หน้าเป็นการแข่งขันแบบทีม ชาเลนจ์ โดยมีแก้วผู้บอบบาง และเป่าผู้เชียวชาญเรื่องการจัดจาน.. โดยสัปดาห์นี้เป่าได้บอกแล้วว่าจะเลือกลูกทีมเหมือนทีมเดิม

เราจะได้เห็นกันว่า หัวหน้าทีมแบบแก้ว กับหัวหน้าทีมแบบเป่า ใครจะสามารถพาทีมชนะได้

และเราจะได้ข้อคิดอะไรจากการแข่งขันคราวหน้าบ้าง…

 

ep9.3

แล้วเราจะมาพบกันใหม่ที่นี่…

MasterChef Thailand …เวลาของคุณเริ่มแล้ว!

(Credit: ภาพจากรายการ MasterChef Thailand)

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s